- หน้าแรก
- รายละเอียดกิจกรรม
สถาบันอยุธยาศึกษา ร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ประจำปี ๒๕๖๘ ทอดถวาย ณ วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง
-
วันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา โดย อาจารย์ ดร.สุรินทร์ ศรีสังข์งาม ผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา มอบหมายให้ อาจารย์ ดร.อุมาภรณ์ กล้าหาญ อาจารย์สุภารัตน์ ชัยกิตติภรณ์ และ อาจารย์ ดร.ธานี ชูกำเนิด รองผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยบุคลากร เข้าร่วมพิธีอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๘ ทอดถวาย ณ วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของชาติไทย เนื่องในวาระครบรอบ ๑๒๐ ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๖๘ ไปทอดถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาครบไตรมาส ณ วัดไชโยวรวิหาร ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบทอดพระราชประเพณีอันงดงามของชาติไทย
การถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดี คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฯ ได้รวบรวมยอดปัจจัยถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน รวมทั้งสิ้น ๑,๑๘๒,๒๘๙ บาท และได้มอบเงินสนับสนุนการศึกษาแก่สถานศึกษาในพื้นที่ จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่
• โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไชโยวรวิหาร
• โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม
• โรงเรียนวัดไชโย (เพิ่มเกษมสุวรรณ ๔)
พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ เป็นภารกิจสำคัญของ สถาบันอยุธยาศึกษา ในการร่วมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป
พร้อมกันนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๒๐ ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการดำรงไว้ซึ่งความศรัทธา วัฒนธรรม และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน